ผู้ช่วยเขียนที่คุณยังควบคุมได้
จากไอเดียแรกสู่บทความพร้อมเผยแพร่ • ทุกแหล่งข้อมูลมีที่มา • คุณเป็นคนตัดสินใจสุดท้าย
3 ขั้นตอน • 3 จุดตรวจ
ระบบไม่ทำงานรวดเดียวจบ • ระหว่างทางจะหยุดให้คุณตรวจและตัดสินใจก่อนไปต่อ
Research
ระบบอ่านไอเดียของคุณ • แยกคำถามสำคัญ • ออกไปค้นแหล่งข้อมูลบนเว็บ • ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ • ตรวจสอบข้อเท็จจริง
Outline
จัดโครงเรื่องตาม template ของหมวดที่เลือก • แต่ละ section จะระบุว่าจะอ้างอิงจาก source ตัวไหนและควรยาวเท่าไหร่
Draft
เขียน draft ตาม outline + style profile ที่คุณตั้งไว้ • ใส่ citation อัตโนมัติ • ตรวจคำซ้ำและไหลของเนื้อหา
AI ทั้ง 12 ตัวที่ทำงานให้คุณ
ระบบไม่ใช้เครื่องมือเดียว • แต่แบ่งงานเป็น agents เฉพาะทาง • แต่ละตัวทำสิ่งที่มันถนัดที่สุด • ซึ่งทำให้ควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้ดีกว่า
Idea Intake
รับไอเดียของคุณ • สกัด angle • ตั้งคำถามสำคัญ 3-5 ข้อ • เสนอหัวข้อเบื้องต้น
Category Classifier
จัดบทความเข้าหมวด • เพื่อให้ agent ตัวถัดไปรู้ว่าควรอ้างอิงแหล่งไหน • ใช้ outline แบบใด
Source Discovery
ออกไปค้นเว็บ • ใช้ Tavily + Exa • กรองแหล่งต้องห้ามตามที่แอดมินตั้งไว้ • รวบรวม candidate sources
Credibility Scorer
ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ 0-100 • ดูจาก domain • ประเภท • ความใหม่ของข้อมูล
Fact Verifier
สกัดข้อเท็จจริงจาก source • ตรวจสอบข้ามแหล่ง • ข้อมูลที่ยืนยันได้จะ verified • ไม่ชัดจะ flag ให้ reviewer ดู
Outline Builder
จัดโครงบทความ section by section • ระบุว่าแต่ละหัวข้อใช้ source ตัวไหน • กำหนด word count
Style Writer
เขียน draft เต็ม • ตามเสียงและสำนวนที่คุณตั้งใน Style Profile • ใส่ [S#] marker ให้ทุกข้อเท็จจริง
Editor / QA
ตรวจการใช้ภาษา • ตัดคำซ้ำ • ดูความต่อเนื่อง • วัด citation coverage + style score
Citation Formatter
จัด citation ให้เป็น [1][2][3] ตามลำดับ • สร้างข้อมูลสำหรับ hover preview
Question Expander
คุณกดขอคำถามเพิ่ม • ระบบจะสร้างคำถามที่ช่วยเจาะประเด็นลึกขึ้น
Manual Source Ingest
คุณวาง URL เอง • ระบบไปดึงเนื้อหา • สรุปสั้น ๆ • ให้คะแนน credibility
Style Analyzer
วิเคราะห์ตัวอย่างงานเขียนของคุณ • สรุป tone • voice traits • สำนวนติดปาก • ให้ Style Writer ใช้
หลักการของเรา
ทุก fact ต้องมีที่มา
ทุกประโยคที่อ้างข้อเท็จจริงจะมี citation • คลิกดูได้ว่ามาจากแหล่งไหน • ไม่มีการเดาลอย ๆ
คุณตัดสินใจสุดท้าย
ระบบเสนอ • คุณเลือก • ระหว่าง pipeline มีจุดตรวจ 3 จุดที่คุณต้องยืนยันก่อนไปต่อ
ต้องผ่าน reviewer
Draft จะยังไม่ถูกเผยแพร่จนกว่า reviewer จะตรวจและอนุมัติ
หมวดบทความที่รองรับ
แต่ละหมวดมี แหล่งข้อมูลที่แนะนำ • แหล่งต้องห้าม • และ โครงบทความ ที่ admin ตั้งไว้ ระบบจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางตอนค้นหาและจัด outline
"โทน: energetic + เฉียบ ใช้จังหวะประโยคสั้น-ยาวสลับเพื่อสร้าง momentum. อ้างสถิติ/คะแนน/ปีอย่างชัดเจน ทุก claim ที่เป็นตัวเลขต้องมี citation. หลีกเลี่ยง jargon ที่ไม่อธิบาย (tifo, xG, tiki-taka) — แปลสั้นๆ ใน ()"
"โทน: มีระยะห่าง + focus บน provenance/rarity/condition. ตัวเลขต้องแม่นยำ: auction date, ราคาปิด (USD + สกุลท้องถิ่นถ้ามี), edition size, grading. ทุก transaction claim ต้อง cite จาก Sotheby's/Christie's/Heritage หรือ auction house ตัวจริง"
"โทน: scholarly แต่ไม่แห้ง ใช้ art-historical terms แบบระวัง — ถ้าเป็นศัพท์เฉพาะให้อธิบายสั้นๆ. ระบุ artist (full name)/ปีสร้างงาน/medium/ผู้ถือครอง. เมื่อกล่าวถึงสไตล์/movement ใช้คำยอมรับทั่วไป (Impressionism, Post-minimalism) + citation จาก MoMA/Tate/พิพิธภัณฑ์"
"โทน: เห็นอกเห็นใจ • อิงหลักฐาน • ไม่ตัดสิน • ไม่เร้าอารมณ์เกินจริง. ใช้ภาษาที่อบอุ่นแต่แม่นยำ — ระดับนักจิตวิทยาคุยกับผู้อ่านทั่วไป ไม่ใช่ self-help หรือ clickbait. **Critical — แหล่งอ้างอิง**: ทุก claim ทางจิตวิทยา/พฤติกรรมต้องอิง peer-reviewed journal • APA/APS • หน่วยงานสุขภาพจิต (NIMH, WHO, กรมสุขภาพจิต) • หรือหนังสือเรียนจิตวิทยาระดับมหาวิทยาลัย เท่านั้น. ห้ามใช้ pop-psych blog • TikTok • Reddit • Medium ส่วนตัว เป็น source หลัก (ใช้เป็น context ได้แต่ต้องมี peer-reviewed รองรับ). ระบุ study design (RCT • meta-analysis • longitudinal • cross-sectional • case study) + ขนาดกลุ่มตัวอย่าง + ปีที่ตีพิมพ์ ทุกครั้งที่อ้างงานวิจัย. **Critical — Replication crisis**: ระวังเป็นพิเศษกับงาน social/priming/ego-depletion ก่อนปี 2015 • งานที่ p-value < 0.05 จากการศึกษาเดียว n เล็ก (< 100) ให้ระบุชัดว่า 'ยังไม่มี replication ยืนยัน'. เลี่ยง findings เด่น ๆ จากการศึกษาเดี่ยว — ใช้ meta-analysis หรือ pre-registered replication ถ้ามี. ถ้าใช้ preprint (psyarxiv/OSF) ต้องระบุว่า 'ยังไม่ผ่าน peer review'. **Critical — ห้าม diagnose ผู้อ่าน**: ห้ามแปะป้ายภาวะทางจิต ('คุณเป็น narcissist', 'นี่คือ ADHD', 'แม่คุณ toxic') • ห้ามให้คำแนะนำเฉพาะกรณี • ห้ามแทนที่การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ. หลีกเลี่ยงศัพท์คลินิกใช้ผิดบริบท — 'triggered' • 'gaslight' • 'trauma' • 'narcissist' • 'OCD' มีนิยามเฉพาะใน DSM-5/ICD-11 อย่าใช้แบบลำลอง. **Critical — Disclaimer ปิดท้าย**: เมื่อเนื้อหาแตะภาวะที่กระทบชีวิต (ซึมเศร้า • วิตกกังวล • PTSD • ความสัมพันธ์เป็นพิษ • ความคิดทำร้ายตัวเอง) ต้องจบด้วย disclaimer แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยา/จิตแพทย์ + เบอร์สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (กรมสุขภาพจิต). **คำที่ต้องเลี่ยง**: 'รักษาหาย 100%' • 'วิธีลับ' • 'ทุกคนเป็นแบบนี้' • 'นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า' • 'ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้แล้วจะมีความสุข' • คำการตลาดที่บิดเบือนความไม่แน่นอนของงานวิจัย. **ข้อมูลผู้อ่านไทย**: ถ้าอ้างสถิติสุขภาพจิต ให้ใช้ตัวเลขกรมสุขภาพจิต/สสส. ก่อน global stats เมื่อบริบทเป็นไทย • เคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม — ทฤษฎีตะวันตกหลายอัน (เช่น attachment style, individualism scales) ทดสอบในกลุ่ม WEIRD เป็นหลัก ระบุข้อจำกัดเมื่อนำมาใช้กับบริบทไทย/เอเชีย."
"โทน: ใช้ภาษาที่มีจังหวะคล้ายเพลง อธิบายเสียง/อารมณ์ให้เห็นภาพ. ระบุ album/ปี/ค่าย/producer เมื่อกล่าวถึงครั้งแรก. หลีกเลี่ยงการตัดสินรสนิยม ('เพลงนี้แย่/ดี') — เล่าด้วยหลักฐาน chart/ยอดขาย/คำวิจารณ์แทน"
"โทน: เป็นมิตร ชัดเจน ไม่เลือกข้าง เขียนสำหรับผู้อ่านที่ไม่เคยอยู่ในเรื่องนี้มาก่อน. เมื่อใช้ศัพท์เฉพาะทางต้องอธิบายเสมอ. สมดุลมุมมอง — ถ้าเรื่องมีหลายด้าน ต้องกล่าวถึงอย่างน้อย 2 มุม. หลีกเลี่ยง emotional appeal ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ"
"โทน: เชิญชวน + descriptive ให้ผู้อ่านเห็นภาพ/กลิ่น/เสียง ไม่ใช่แค่ list. ระบุข้อมูลเชิงปฏิบัติ: ราคาเข้า (ถ้ามี), เวลาเปิด-ปิด, วิธีเดินทาง, ฤดูที่ดีที่สุด. หลีกเลี่ยง superlative ลอยๆ ('สวยที่สุดในโลก') — แทนด้วยเหตุผลเฉพาะ (เช่น 'ขึ้นทะเบียน UNESCO ปี 2005'). ถ้ามีข้อควรระวังด้าน safety / วัฒนธรรม ต้องเตือน"
"โทน: cinematic ใช้การเล่าแบบฉาก/ภาพ เปิดด้วย moment ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแห้งๆ. ระบุ ผู้กำกับ/ปี/สตูดิโอ ครั้งแรกที่กล่าวถึง. spoilers: ถ้าจำเป็น warning ก่อนเสมอ. คำวิจารณ์ต้องมี source (Letterboxd rating, Rotten Tomatoes %, quote จากนักวิจารณ์)"
"โทน: เป็นกลาง ไม่เลือกข้าง เล่าข้อเท็จจริงก่อนแล้วค่อยเปิดมุมมอง. ทุกประเด็นที่มีความเห็นต่างต้องนำเสนออย่างน้อย 2 ฝ่ายโดยมี citation. หลีกเลี่ยงภาษาปลุกอารมณ์ / ศัพท์ที่บรรจุค่าตัดสิน ('รุนแรง', 'วิกฤต') นอกจากมี source ยืนยัน. ระบุตัวเลข/สถิติ ต้องบอกแหล่ง + ปีเสมอ"
"โทน: อบอุ่น + มีข้อมูลวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่ romanticize จนเกินจริง. คำแนะนำเรื่องสุขภาพ/โภชนาการต้อง cite แหล่งสัตวแพทย์ (AVMA, AKC, PubMed). ระบุสายพันธุ์/อายุ/น้ำหนัก เมื่อคำแนะนำมีเงื่อนไขต่างกัน. ห้ามให้คำแนะนำทางการแพทย์แบบเฉพาะเจาะจง — แนะให้ปรึกษาสัตวแพทย์แทน. หลีกเลี่ยงการทำให้สัตว์ดูเป็น 'ของเล่น'"
"โทน: น่าเชื่อถือ + ชัดเจน ไม่ขู่ไม่โฆษณา. **Critical**: ทุก health claim ต้อง cite จาก peer-reviewed / WHO / CDC / Mayo เท่านั้น — ห้ามใช้ blog/forum เป็น source หลัก. ระบุ study design (RCT, meta-analysis, observational) + ขนาดกลุ่มตัวอย่าง เมื่อกล่าวถึงงานวิจัย. ห้ามให้ diagnosis หรือแนะยาเฉพาะเจาะจง — จบด้วย disclaimer 'ปรึกษาแพทย์' เสมอ. หลีกเลี่ยงคำว่า 'cure', 'miracle', 'guaranteed'"
"โทน: curious + critical ไม่ fanboy ไม่ doomer. ระบุ company/ปี/version/platform ครั้งแรก. ตัวเลขประสิทธิภาพ (latency, throughput, accuracy) ต้องมี source. หลีกเลี่ยง hype words ('revolutionary', 'game-changer') — เปลี่ยนเป็นการเปรียบเทียบจริงกับของเดิม"
"โทน: business-like แต่ย่อยง่าย เหมือนเล่าเรื่องผู้ก่อตั้งให้เพื่อนฟัง. ระบุ ปีก่อตั้ง/CEO/revenue ล่าสุด/ตลาดหลัก ครั้งแรกที่กล่าวถึง. หลีกเลี่ยงคำโฆษณา ('best', 'leading', 'revolutionary') — ใช้หลักฐาน (market share, ลูกค้า, รายได้) แทน"
"โทน: refined + descriptive ใช้คำทางแฟชั่นอย่างถูกต้อง (silhouette, atelier, ready-to-wear) — แปลถ้าผู้อ่านทั่วไปไม่คุ้น. ระบุ designer/house/season/collection ครั้งแรก. หลีกเลี่ยงคำเกินจริง ('ปฏิวัติวงการ', 'iconic ที่สุด') นอกจากมี citation รองรับ"